เครือข่ายท้องถิ่น
การสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขึ้นมาใช้งาน
จำเป็นต้องส่วนประกอบหลายส่วนด้วยกันเพื่อให้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ
ที่เชื่อมต่อกันสามารถสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันได้
โดยส่วนประกอบของเครือข่ายท้องถิ่นประกอบด้วย
1.เครื่องศูนย์บริการ(Servers)
2.เครื่องลูกข่าย
(Clients/Workstation)
3.การ์ดเครือข่าย
(Network Interface Cards)
4.สายเคเบิล
(Network Cables)
5.อุปกรณ์ฮับ
(Network Hubs)
6. ระบบปฏิบัติการเครือข่าย
(Network operating System)
1.เครื่องศูนย์บริการข้อมูล(Servers)
เครื่องศูนย์บริการข้อมูลมักเรียกว่าเครื่อง
เซิร์ฟเวอร์ เป็นคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่บริการทรัพยากรให้กับเครื่องลูกข่ายบนเครือข่าย
เช่น การบริการไฟล์ (File Server)การบริการงานพิมพ์(Print Server) เป็นต้น
เครื่องเซิร์ฟเวอร์อาจเป็นคอมพิวเตอร์ระดับเมนเฟรม มินิคอมพิวเตอร์
หรือไมโครคอมพิวเตอร์ก็ได้โดยคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานเป็นเซิร์ฟเวอร์นี้มักมีสมรรถนะสูง
เนื่องจากถูกออกแบบเพื่อทนทานต่อความผิดพลาด(Fault Tolerance)และทำงานหนักด้วยการรองรับงานตลอด24ชั่วโมงดังนั้นเครื่องเซิร์ฟเวอร์จึงมีราคาสูงมากเมื่อเทียบกับคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานทั่วไปอย่างไรก็ตาม
การเชื่อมต่อเครือขายยังสามารถพิจารณาจากขนาดของเครือข่ายที่ใช้งาน
ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับงบประมาณการติดตั้งด้วย
2.เครื่องลูกข่าย
(Clients/Workstation)
เครื่องลูกข่ายเป็นคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบเครือข่าย สำหรับเครือข่ายแบบไคลเอนต์เซิร์ฟเวอร์
เครื่องลูกข่ายจะล็อกออนเข้าระบบเพื่อติดต่อกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ให้ได้ก่อน
จึงสามารถขอใช้บริการทรัพยากรจากเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างไรก็ตาม
เครื่องลูกข่ายอาจเป็นคอมพิวเตอร์ที่ไม่จำเป็นต้องมีสมรรถนะสูง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพีซีคอมพิวเตอร์ทั่วไป
แต่ในกรณีที่เป็นการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบเพียร์ทูเพียร์ คอมพิวเตอร์บนเครือข่ายสามารถเป็นได้ทั้งเซิร์ฟเวอร์
และไคลเอนต์ในขณะเดียวกัน
3.การ์ดเครือข่าย (Network Interface Card)
การ์ดเครือข่ายเป็นแผงวงจรที่ติดตั้งอยู่ภายในคอมพิวเตอร์ทั้งเครื่องเซิร์ฟเวอร์และเครื่องลูกข่ายหน้าที่สำคัญของการ์ดเครือข่ายก็คือ
จะใช้เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เข้ากับสายเคเบิลเครือข่ายและถือเป็นส่วนหนึ่งของการเชื่อมต่อทางกายภาพบนชั้นสื่อสารฟิสิคัลที่ใช้เชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์เข้ากับเครือข่าย
คอมพิวเตอร์ในยุคปัจจุบันส่วนใหญ่ได้บรรจุพอร์ตเครือข่ายชนิดRJ-45ลงบนบอร์ดมาให้เบ็ดเสร็จแต่สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีการ์ดเครือข่าย
ก็สามารถใช้แผงวงจรเครือข่ายติดตั้งลงในเครื่องเพิ่มเติมได้
4.สายเคเบิล (Network Cables)
คอมพิวเตอร์บนเครือข่ายจะสามารถเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายได้
จำเป็นต้องมีสายเคเบิลที่ใช้ลำเลียงสัญญาณไฟฟ้าจากต้นทางไปยังปลายทาง เครือข่ายส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักใช้สาย
UTP
เนื่องจากมีราคาถูก แต่หากต้องการเชื่อมโยงระยะไกลโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ทวนสัญญาณ
ก็จะต้องใช้สายไฟเบอร์ออปกติเนื่องจากสามารถเชื่อมโยงได้ไกลเป็นกิโลเมตร ในขณะที่สาย
UTP เชื่อมโยงได้ไกลสุดเพียง 100 เมตรเท่านั้น
นอกจากสายเคเบิลแล้ว ก็ยังสามารถใช้คลื่นวิทยุในการสื่อสารได้ ซึ่งถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่สร้างความสะดวกในการเชื่อมต่อเครือข่ายแลนแบบ
ไร้สาย
5.อุปกรณ์ฮับ (Network Hubs)
ฮับที่นำมาใช้งานบนเครือข่ายมีจุดประสงค์อยู่
2 ประการด้วยกันคือ ประการแรกเป็นศูนย์รวมของสายเคเบิลทั้งหมดที่จะต้องนำมาเสียบเข้ากับพอร์ดบน
ฮับ ซึ่งปกติฮับจะมีจำนวนพอร์ตให้เลือกใช้งานแต่ 4, 8, 16 และ
24 พอร์ต โดยปกติจะเป็นพอร์ตชนิด RJ-45 ที่ใช้งานกับสาย UTP แต่ก็มีฮับบางรุ่นที่มีพอร์ตชนิดอื่นเตรียมไว้เพื่อการเชื่อมต่อสายเคเบิล
ประเภทอื่น ๆ ที่นอกจากสาย UTP เช่น
สายโคแอกเชียบหรือสายไฟเบอร์ออปติก เป็นต้น ส่วนจุดประสงค์ประการที่สองก็คือ
ฮับจะนำมาใช้เป็นอุปกรณีทวนสัญญาณ (Repeater) ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วสัญญาณไฟฟ้าทีส่งผ่านสื่อกลาง
จะถูกลดทอนลงเมื่อมีการส่งไปในระยะไกล ๆ ดังนั้นฮับจึงนำมาใช้เพื่อเป็นอุปกรณ์ทวนสัญญาณ
เพื่อให้สัญญาณสามารถส่งทอดออกไปไกลได้อีก แต่ทั้งนี้การส่งสัญญาณฮับจะส่งกระจายไปยังพอร์ตทุกพอร์ตที่เชื่อมต่อ
6. ระบบปฏิบัติการเครือข่าย (Network operating System)
ระบบปฏิบัติการเครือข่ายคือซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้สำหรับควบคุมเครือข่าย
ปกติแล้วชุดระบบปฏิบัติการเครือข่ายจะมีอยู่ 2 ชุดด้วยกัน
โดยชุดแรกคือกลุ่มซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ และชุดที่สองคือกลุ่มของซอฟต์แวร์ที่นำมาใช้บนเครื่องไคลเอนต์
ที่นำมาใช้เพื่อให้เครื่องลูกข่ายสามารถเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์ได้ ตัวอย่างระบบปฏิบัติการเครือข่าย
เช่น Novella Net-ware, Windows 2000 Server, Windows Server 2003, Unix, Linux






